วันจันทร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.๓๐ น. ตามเวลาประเทศไทย นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
นายปรีชา ใจเพรช นายอำเภอแม่สอด พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการต่างๆประจำจังหวัด ซึ้งประกอบด้วย นายด่านศุลกากรแม่สอด อุตสาหกรรมจังหวัดตาก ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก สำนักงานแขวงทางหลวงตากที่ ๒ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแม่สอด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๔ ประธานศูนย์เครือข่ายธุรกิจเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (Biz Club) และที่ปรึกษาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ได้รับเชิญจาก H.E U Htay Aung Ministry of Hotels & Tourism (รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา) เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง แม่สอด-เมียวดี ( Sister City) นอกจากนี้รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและการโรงแรม เมียนมา มีความประสงค์ให้ทางการไทย ได้ช่วยส่งเสริมในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศเมียนมาร์ ทั้ง มะละแหม่ง ผะอัน ย่างกุ้ง และไจ้ก์โถ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งทางเมียวดีจะอำนวยความสะดวกต่อการท่องเทียวในเรื่องของการข้ามแดน ในสองลักษณะ ดังนี้
- หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ซึ่งอนุญาตให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดตาก สามารถพำนักได้ ๑๓ คืน ๑๔ วัน หรือ ๒ สัปดาห์
- หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนไทยทั่วประเทศสามารถพำนักได้ ๗ วัน หรือ ๑ สัปดาห์ โดยจะเป็นลักษณการ เข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนเดิม (One-way Traffic) ทั้งนี้ คนไทยสามารถใช้บัตรประชาชนในการขออนุญาตผ่านแดนได้ และ ทางเมียนมาร์กำลังเริ่มดำเนินการเรื่อง E-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกในการขอวีซ่าได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเมียวดี ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดเตรียมอุปกรณ์และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตากยังเห็นถึงความสำคัญและหารือในเรื่องจุดผ่อนปรนการท่องเที่ยวในเขต ๕ อำเภอชายแดน ของจังหวัดตาก อาทิ วาเลย์-วาเลย์ใหม่ วาเลย์-หนองหลวง วังผา-ก๊กโก่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวทั้งสองฝั่ง รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนทั้งไทยและเมียนมาร์จะได้รับ ทั้งนี้รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและการโรงแรม เมียนมา ได้เชิญชวนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะได้ไปเที่ยวชมและศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองมะละแหม่ง ผะอัน ในระหว่างวันที่ ๖-๘ มิถุนายน ๒๕๕๘ นี้ ในลักษณะทัวร์สานสัมพันธ์สองแผ่นดินบ้านพี่เมืองน้อง Sister City